การตรวจวัดสายตา

หลักการตรวจสอบสายตา ที่ถูกต้องจำเป็นที่จะต้องอาศัย ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ คร่ำหวอดในวิชาชีพ ทั้งการ ตรวจวัดสายตา เพื่อหาค่าสายตา สั้น ยาว เอียง ที่เหมาะสม และตลอดจนการเลือกเลนส์แว่นตา ที่มีคุณภาพสูง และ ราคา ที่ทุกท่านสามารถเลือกซื้อเลือกหาได้อย่างเหมาะสม ซึ่งท่านสามารถเลือกตรวจวัดสายตาได้ทั้งร้านแว่นตา คลินิกจักษุ และ โรงพยาบาลที่มีแผนกจักษุ ทุกแห่ง

 

การตรวจวัดสายตา ที่ท่านลูกค้าจะพบเห็นโดยทั่วไป ตามร้านแว่นตาใกล้บ้าน การวัดสายตาด้วยเครื่อง เรียก Autorefractor จะช่วยให้ผู้ตรวจสอบสายตา ประเมินค่า สายตาเบื้องต้น เรียก Objective Test แต่ ช่างแว่นตาหลายคน นำค่าสายตา ที่วัดได้จากขั้นตอนนี้ ไปสั่งเลนส์แว่นตา ให้กับผู้บริโภคเลย ท่านจะพบว่า ท่านใส่แว่นตา ได้ไม่ชัด หรือไม่สบายตา ก็เพราะ ค่าที่ได้จากเครื่อง Autorefractor จะเป็นค่าที่วัดในลักษณะ Physical Checking คือ จะวัดค่าสายตาในเชิงกายภาพ แต่ใน การใช้งานแว่นตาจริง จะต้องมีกระบวนการ อื่นๆประกอบ
ก่อนที่จะเริ่มทำการ วัดสายตาในขั้นตอนที่เรียกว่า Subjective ผู้ตรวจวัดสายตา จะต้องทำการ ซักประวัติลูกค้า สอบถามความต้องการ แะปัญหาสายตา ที่พบ จากนั้นก็จะเชิญลูกค้า มาวัด PD หรือ ระยะห่าง ระหว่างรูม่านตา (Pupil) ทั้งสองข้าง เพราะเป็นสิ่ง สำคัญที่จะเริ่มต้นในขั้นตอน ต่อไป คือ การวัดสายตา ด้วยเลนส์เสียบ (Trial Lens Set) เป็นการทดสอบด้วยเลนส์ทดลองเรียก "Subjective test" ซึ่งจะขึ้นอยู่กับสภาวะร่างกาย ของผู้ถูกตรวจวัดสายตา เช่น การพักผ่อน ภาวะน้ำตาลในเลือด ฯลฯ

การตรวจสอบหาตาเด่น มีความสำคัญมากในการตรวจสอบ ภาวะการมองเห็น เพราะในภาวะการมองเห็นปกติของคนเรา จะมีตาข้างหนึ่ง ที่เป็นตาหลักที่จะมองไปยังวัตถุ สิ่งที่ต้องการ มอง ซึ่งตาข้างดังกล่าว จะมีความสำคัญมากในการตรวจวัด สายตา ให้ความใส่ใจกับการประกอบเลนส์ โดยเฉพาะหาก เป็นเลนส์ที่ต้องการความแม่นยำสูงในการประกอบ ผู้เชี่ยวชาญ จะต้องทำการตรวจสอบหาตาเด่นของ ผู้ถูกตรวจ ด้วยเสมอ วิธีการตรวจก็ไม่ยาก เพียงแต่ให้ผู้ตรวจปิดตาข้าง ซ้ายไว้ และผู้ถูกตรวจสอบ มองลอดช่องรูปวงกลม (ตามรูป) เมื่อผู้ตรวจวัด จะเห็นดวงตาข้างหนึ่งในรูวงกลมนั้น ดวงตา ข้างที่มองเห็น จะเป็นตาเด่นของผู้ถูกตรวจวัด

การตรวจวัด Cover Test เป็นการตรวจสอบคุณภาพ การเคลื่อนไหวในลักษณะ การมีตาเข ตาเหล่ ของดวงดา การตรวจสอบเบื้องต้น โดยผู้เชี่ยวชาญจะใช้คัพเวอร์ แผ่นปิด ดวงตาสีดำ ปิดดวงตาผู้ถูกตรวจสอบทีละข้าง โดยให้ผู้ถูกตรวจสอบ มองไปที่วัตถุในระยะไกลประมาณ 6 เมตร เมื่อเปิดคัพเวอร์ออก จะพบว่า ในผู้ที่มีปัญหาตาเข ตาเหล่ซ้อนเร้น ดวงตาจะเคลื่อนเข้าไปหาตำแหน่งใหม่ แต่หาก ระยะ ที่ดวงตาเคลื่อน หรือตาเหล่ไม่มากก็ไม่น่าวิตก แต่หากมีปัญหาตาเข ตาเหล่ซ่อนมาก จะพบว่าดวงตามีการ เคลื่อนไหวเข้าหาตำแหน่งปกติมาก ผู้เชี่ยวชาญควรแนะนำ ให้ผู้ถูกตรวจสอบไปพบจักษุแพทย์ เพื่อตรวจวัดโดยละเอียด อีกครั้ง

 

 

เกร็ดสำคัญ เมื่อผู้ตรวจวัด ทำการวัดค่า PD (Pupil Distance) จะมีวิธีการวัดค่า PD ด้วยอุปกรณ์ 2 วิธี แล้วแต่ความถนัดของผู้เชี่ยวชาญแต่ละคน หากเป็นการวัด ด้วยเครื่องวัด เรียก "PD Meter" ก็จะมีข้อดี คือ ง่ายและให้ความสะดวก แม่นยำ โดยเครื่องวัดจะเป็นการวัด โดยให้ผู้ถูกตรวจวัด มองเข้าไปในช่องมองของเครื่อง จะเห็นภาพวัตถุ ที่เป็นเป้ามอง และผู้ตรวจวัดจะปรับเส้นแกน อ้างอิง ให้ตรงกับระนาบของรูม่านตา และออกมาอ่านค่า ที่บนเครื่อง จะแสดงค่าเป็น mm (มิลลิเมตร)
การวัด PD ด้วยวิธีมาตรฐาน คือ ไม่ต้องใช้เครื่องมือ แต่ใช้ ความสามารถสูง คือ การวัดด้วยไม่บรรทัดวัด PD เป็น อุปกรณ์ พิเศษ ที่ช่างแว่นตา จะพกไว้ เพื่อทำการวัด แต่ต้อง มีความสามารถที่จะให้ ลูกค้ามองตา และวัดค่าที่ถูกต้อง ซึ่งมีโอกาสคลาดเคลื่อนได้ง่าย จึงเป็นข้อสังเกตว่า การวัด PD เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับการได้แว่นสายตาดีๆ สักอัน ...

เลนส์เสียบ (Trial Lens Set) คืออะไร

trial-lens-set

การใช้เลนส์เสียบ (Trial Lens Set) ดูเหมือนจะเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับการตรวจวัดสายตา เพราะ เลนส์เสียบจะเป็น เหมือนเลนส์ทดลอง ที่ให้ผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบ ลองวัด คล้ายการตัดเสื้อ ช่างตัดเสือจะต้องวัดตัวผู้ใส่ ให้พอดี เช่นเดียวกันกับ สายตาของท่าน ผู้ตรวจวัดสายตา จะต้องคำนึง ถึงความเหมาะสมของค่าสายตา และ การมองเห็น ที่ดีของผู้ใช้แว่นตา ให้สอดคล้องกับ พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน อาชีพ อายุ และรสนิยมของแต่ละบุคคล

การใช้ชาร์ท 8-5 (Red-Green Test)

การทดสอบแบบ Subjective Examination จะให้ลูกค้าอ่านตัวเลขจาก ชารท 8-5 โดยเริ่มจาก การวิเคราะห์ สายตาสั้น ยาว ด้วยชาร์ทเขียวแดง (Red-Green Test) เพราะการที่ลูกค้าเห็น ตัวเลขสีดำในพื้นผิวสี แดง หรือ เขียว ชัดกว่า จะสามารถระบุได้อย่างคร่าวๆ ว่า ลูกค้ามีค่าสายตามองไกลที่เป็นสายตาสั้น หรือ สายตายาว วิธีนี้ เป็นวิธีมาตรฐาน ที่ผู้ตรวจวัดสายตานานประเทศเลือกใช้วิธีดังกล่าวในการทดสอบสายตาเบื้องต้น

ให้ผู้รับการตรวจสอบ สายตา ใส่ Trial Frame และอ่านตัวเลขจาก Chart 8-5 ที่ตั้งอยู่ในระยะห่าง 6 เมตร

ปรับค่าสายตาด้วย เลนส์เสียบ (Trail Lens Sets) จนลูกค้าสามารถอ่านตัวเลขได้ในระดับ VA 20/20

แต่ในบางกรณี ลูกค้ามีปัญหาสายตาเอียง (Astigmatism Error) ผู้ทดสอบจะต้องใช้การ Cross-Cylinder เพื่อหา ค่ากำลังสายตา Cylinder และค่าองศาแกนเอียง Axis ที่เหมาะสม ซึ่งนับว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพื่อให้ได้สายตา ที่สามารถมองเห็นได้คมชัด และสบายตาที่สุดกับลูกค้า

หลังจากปรับค่าสายตาลูกค้า ได้จนลูกค้าสามารถมองเห็นได้ชัดเจน ในระยะไกล ให้ลูกค้าลองสวมแว่นทดลอง และมองไปรอบๆ เพื่อดูว่า ค่าสายตาที่ให้เป็นค่าสายตาที่ลูกค้าใช้แล้วสบายตาหรือไม่ ในขั้นตอนนี้อาจปรับค่าสายตา ได้อีก ตามความเหมาะสม

การปรับค่าสายตา เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการวัดสายตา สั้น ยาว หรือ สายตาเอียง แต่ในกรณีที่ผู้บริโภค เป็นผู้ที่มีอายุมากขึ้น (อายุเกิน 40 ปี) มีปัญหาสายตาสูงวัย (Presbiopia) ผู้ตรวจสอบ จำเป็นที่จะต้องให้ค่า Addition คือ ค่าสายตาอ่านหนังสือ เพราะผู้มีปัญหาสายตาสูงวัย จำเป็นที่จะต้องมีค่่าสายตาที่แตกต่างในกรณี ใช้สายตามองไกล กับสายตามองใกล้ (อ่านหนังสือ)

 

ผู้ที่เริ่มมีปัญหาสายตาสูงวัย คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะไม่ใช้แว่นสายตา อย่างน้อย ปัญหาในการอ่าน ที่ต้องเพิ่มระยะมากขึ้น ในการอ่านหนังสือ ทำคอมพิวเตอร์ ใช้โทรศัพท์มือถือ จะรบกวนการใช้ ชีวิตประจำวันของท่าน เลนส์โปรเกรสซีฟ จะเป็นเลนส์ แว่นตาที่สามารถช่วยให้ชีวิตประจำวันของท่าน กลับมาเป็นปกติ พร้อมทั้งบุคลิกที่ดีขึ้น

เลนส์โปรเกรสซีฟ เป็นเลนส์ที่มีค่ากำลังสายตา หลายค่า บนเลนส์อันเดียว เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เลนส์ หลายชั้นไร้รอยต่อ ไม่มีรอยต่อมารบกวน ทำให้ท่านดูแก่ขึ้น ท่านจะใส่แว่นได้สวยงามเหมือน คนอื่นๆ และดูบุคลิกดี สมฐานะมาก

ดูแลปัญหาสายตาของท่าน ค้นหาผู้เชี่ยวชาญด้าน สายตาใกล้ๆบ้านท่าน นะค่ะ